ลดภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม
โดย
ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร
ประธานชมรมคนออมเงิน
www.saverclub.org
สงวนลิขสิทธิ์
ลดภาษีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
เราได้เห็นถึงความพยายามของทางราชการซึ่งจะมีมาตรการทางภาษีเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานต่าง ๆ มาแล้ว ในเวลาเดียวกันการรักษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถือว่าในโลกใบนี้มนุษย์เราทุกคนอยู่ร่วมกัน จึงต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ไม่ให้มีมลพิษ หรือสิ่งใดซึ่งจะทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และถ้าหากมีวิธีการใดที่จะช่วยเสริมสร้างให้สิ่งแวดล้อมดียิ่งขึ้น ทางการก็พยายามสนับสนุน
ลดภาษีเงินได้
1. มีการนำมาตรการการลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรมาใช้ เพื่อสนับสนุนและคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยในปัจจุบันกระทรวงการคลังได้กำหนดให้รายจ่ายเพื่อสาธารณประโยชน์สามารถนำมาหักภาษีรายได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่จะสนับสนุนให้การจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รายจ่ายเพื่อกิจการสาธารณประโยชน์ดังกล่าวได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการต่าง ๆ ดังนี้ คือ
(1) การส่งเสริม อนุรักษ์ และรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
(2) การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ
(3) การคุ้มครองและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมาย่วาด้วยป่าสงวนแห่งชาติ
(4) การส่งเสริม คุ้มครอง และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(5) การควบคุม ป้องกัน แก้ไขตลอดจนการลดและขจัดอันตรายอันเกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษ หรือภาวะมลพิษและของเสียอันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(6) กองทุนสิ่งแวดล้อม ตามกฎมหายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
2. ให้ผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษมีสิทธิขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือจากทางราชการในการขออนุญาตนำผู้ชำนาญการหรือผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ติดตั้ง ควบคุม และดำเนินงานระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดอากาศเสีย และระบบกำจัดของเสีย ในกรณีไม่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ รวมทั้งขอยกเว้นภาษีเงินได้ของบุคคลนั้น ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 94 ในหมวด 5 มาตรการส่งเสริม
ลดอากรศุลกากร
ประกาศกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 30 สิงหาคม 2545 ซึ่งเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 จึงอนุญาตให้มีการลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับการนำเข้าวัสดุ เครื่องมือ และเครื่องจักรที่รักษาสิ่งแวดล้อมด้วย โดยเครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์เหล่านั้นจะต้องมีคุณลักษณะเหมือนกับที่กล่าวไว้ในหมวดการประหยัดพลังงาน ดังนี้
1. เป็นเครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่รักษาสิ่งแวดล้อมที่สามารถลดมลพิษที่ปล่อยออกจากกระบวนการผลิตหรือแหล่งกำเนิดมลพิษนั้น เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และทรัพย์สิน รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้วิจัย วิเคราะห์ตรวจวัดและติดตามผลเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
เครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่รักษาสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ในข่ายได้รับการลดอัตราอากร ต้องเป็นชนิดและประเภทดังต่อไปนี้
(1) ใช้บำบัดน้ำเสีย
(2) ใช้บำบัดอากาศเสีย
(3) ใช้ขจัดกากของเสียและขยะ
(4) ใช้ลดหรือป้องกันเสียงรบกวนจากต้นกำเนิดเสียง ในกิจการการอุตสาหกรรม หรือ
(5) ใช้เฉพาะการวิจัย วิเคราะห์ ตรวจวัดและติดตามผลเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
2. เครื่องจักรวัสดุและอุปกรณ์ตามข้อ 1. จะต้อง
(1) นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ
(2) สำหรับเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในอาคารและยื่นขอลดอัตราอากรศุลกากรจะต้องมีราคารวมค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (C.I.F.) ไม่น้อยกว่า 400,000.00 บาท
(3) ไม่เป็นของเก่าใช้แล้วหรือซ่อมแซมขึ้นใหม่
(4) ไม่เป็นชนิดหรือประเภทที่มีขนาดเดียวกันหรือทดแทนกันได้กับของที่สามารถผลิตหรือประกอบได้ในประเทศ ในปริมาณและคุณภาพที่เท่าเทียมกัน หรือ
(5) ไม่เป็นชนิดหรือประเภทที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดมิให้ได้รับการลดอัตราอากร
3. ผู้นำของเข้าจะต้องยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมพิจารณาเสียก่อนว่า เครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์แต่ละรายการที่นำเข้ามีคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ วิธีการใช้ การควบคุมการใช้และด้านเทคนิควิชาการอื่น ๆ อยู่ในขั้นที่ใช้ประหยัดพลังงานหรือรักษาสิ่งแวดล้อมและอยู่ในข่ายที่อาจจะได้รับการพิจารณาลดอัตราอากร ทั้งนี้ โดยผ้นำของเข้าซึ่งมีความประสงค์จะขอลดอัตราอากร จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและวิธีการที่คณะกรรมการพิจารณาเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมกำหนด
4. ให้อธิบดีกรมศุลกากรพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการให้ลดอัตราอากรในรายที่คณะกรรมการพิจารณาเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้แจ้งผลการพิจารณาตามข้อ 3. รวมทั้งกำหนดระเบียบพิธีการสำหรับการลดอัตราอากร
ผมขอเสริมว่าการใช้ประโยชน์ตามมาตรการภาษีอากรดังล่าวข้างต้น ยังมีเงื่อนไขและรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายประการ ดังนั้น ขอให้ท่านศึกษาให้รอบคอบก่อนด้วย
จะเห็นได้ว่า ทางการก็มีความพยายามที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ผมจึงเชื่อว่าสิ่งที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นเป็นมาตรการภาษีที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่สนใจจะรักษาหรือส่งเสริมในการดูแลสิ่งแวดล้อม
ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร |