หน้าแรก ข่าว ฝากถาม กูรู แนะนำหนังสือ บทความ สมัครสมาชิก เกี่ยวกับเว็บไซต์ ติดต่อเรา
รับฟังย้อนหลังรายการ
“ชี้ทางออก...บอกทางรวย”

รับฟังสดได้ทาง FM 89.5
ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา
16.30 - 17.00 น.
thumb เงินทองต้องดูแล (ปกใหม่)
ขายดีติดอันดับ 3 ของร้านซีเอ็ด ซึ่งมีปกตามที่แนบและเริ่มวางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือ Se-Ed ทั่วไป
 

 
 
Share    
ยกเว้นภาษีเงินปันผล (ตอนจบ)

 

ยกเว้นภาษีเงินปันผลตอนจบ

โดย

ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร

ประธานชมรมคนออมเงิน

www.saverclub.org

สงวนลิขสิทธิ์

 

 

ใคร ๆ ก็อยากจะเสียภาษีให้น้อยที่สุดตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย วิธีการยกเว้นภาษี หรือลดภาษี หรือแม้แต่ไม่ต้องเสียภาษี (อาทิเช่น บริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งไม่มีกำไรตามรอบปีบัญชีก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล) มีปรากฏและใช้กันอยู่ทั่วไป

ผมมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งชอบลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ในระยะหลังๆเขาบอกกับผมว่า เขาซื้อหุ้นเฉพาะของบริษัทซึ่งเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่คอยดูแลหุ้นด้วย ผมถามว่า คำว่า “ผู้ถือหุ้นใหญ่คอยดูแลหุ้น” หมายความว่าอย่างไร เพื่อนอธิบายว่า ตามความคิดของเขา บริษัทจะต้องมีเครื่องทางการเงินใหม่ ๆ (Financial Tools) เพราะหมดสมัยแล้วที่บริษัทจะพยายามทำกำไรมากๆแล้วจ่ายเงินปันผลสูงๆเพราะค่าแรงขั้นต่ำก็ปรับเพิ่ม ค่าใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆเช่นเรื่องไอทีก็สูงขึ้นเป็นลำดับ การแข่งขันจากในประเทศและต่างประเทศเข้มข้นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดเขตการค้าเสรีของอาเซียน (Asean EconomicCommunity หรือ AEC)ปี 2558 (ค.ศ. 2015) อาจทำให้ผลกำไรของกิจการลดลง บริษัทที่จะทำกำไรเป็นกอบเป็นกำคงต้องอาศัยนวัตกรรม (Innovation) และทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) เป็นตัวนำ เมื่อกำไรแล้วหากจ่ายเงินปันผลในอัตราสูง ก็ทำให้บริษัทขาดกระแสเงินสดที่จะใช้ในการลงทุนขยายกิจการค้นคว้าและวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ รวมทั้งเสริมสร้างแบรนด์เนมให้เป็นที่แพร่หลาย

การจ่ายเงินปันผลมาก บริษัทจะขาดเงินทุนหมุนเวียน ทำให้ต้องเพิ่มทุน ซึ่งในสมัยนี้ผู้ถือหุ้นรังเกียจเพราะต้องควักกระเป๋าตัวเองส่งเงินให้บริษัท การเพิ่มทุนหลายครั้งบริษัทจึงพยายามไม่รบกวนผู้ถือหุ้น โดยเปลี่ยนเป็นขายให้แก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจงที่เรียกว่า Private Placement (PP) แต่ก็ทำให้ผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งไม่สบายใจ เพราะอยากจะได้หุ้นเพิ่มทุนเนื่องจากตัวเองสามารถซื้อได้ และเห็นว่าราคาที่ขายในแบบ PP ค่อนข้างต่ำ ทำให้บริษัทไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร

หากบริษัทไม่เพิ่มทุนแต่จัดหาเงินโดยกู้ยืมจากธนาคารก็เป้นการเพิ่มหนี้สินและภาระดอกเบี้ย  เป็นการเพิ่มอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนซึ่งนักวิเคราะห์หุ้นก็จะไม่ชอบ

ด้วยเหตุนี้คณะผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่จึงหันไปดูแลให้ประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นในด้านอื่น เช่น การลดมูลค่าหุ้น ที่ทำให้ผู้ถือหุ้นได้ผู้ถือหุ้นได้หุ้นเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มทุนหรือควักกระเป๋าหยิบยื่นเงินให้แก่บริษัทอย่างในบทความสองตอนที่เราได้กล่าวไปแล้ว หากจะท้าวความถึงภูมิหลังก็ขอยกตัวอย่างว่า กรณีที่หุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนไว้ที่ 1 บาท หากลดมูลค่าเหลือ 80 สตางค์ ผู้ถือหุ้นที่มี 4 หุ้นเดิมก็จะได้ 1 หุ้นใหม่ฟรี เพราะหุ้นเดิมแต่ละหุ้นจะคายเงินออกมา 20 สตางค์ เมื่อรวมกัน 4 หุ้นก็จะได้ 80 สตางค์เท่ากับราคาของหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าใหม่แล้ว

การทำวิธีนี้มีข้อเสียว่า ปริมาณหุ้นของบริษัทที่หมุนเวียนในตลาดหุ้นจะเพิ่มขึ้น25%โดยทั่วไปราคาที่ซื้อขายก็น่าจะลดลงไป 25% เช่นกัน แต่ในทางปฏิบัติราคาอาจจะไม่ลดลงมากหากบริษัทมีผลประกอบการดี นอกจากนี้เมื่อมีปริมาณหุ้นในตลาดเพิ่มขึ้นแม้กำไรต่อหุ้นหรือ Earnings per Share จะลดลงก็มีวิธีกระตุ้นให้หุ้นราคาน่าสนใจคือ เมื่อหุ้นมีสภาพคล่องสูงขึ้น(Good Liquidity)ก็ทำให้มีแรงซื้อเพื่อลดปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด โดยวิธีซื้อหุ้นของบริษัทคืน (Share Buyback)เพื่อทำเป็น Treasury Stock

เป็นเวลาสิบปีมาแล้วที่กระทรวงพาณิชย์ได้แก้ไขกฎหมายบริษัทมหาชน และออกกฎกระทรวงอนุญาตให้บริษัทมหาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จดทะเบียนซื้อขายหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สามารถซื้อหุ้นของตัวเองคืนได้ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นวิธีการใหม่ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่หรือคณะกรรมการจะกระตุ้นให้หุ้นของบริษัทมีแรงซื้อขาย กล่าวคือ เมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นโดยไม่ได้เพิ่มทุนหรือจ่ายเงินปันผล บริษัทก็เหลือเงินสดอยู่ในบัญชีกำไรสะสมซึ่งสามารถใช้ซื้อหุ้นคืนได้ ประโยชน์ของการซื้อหุ้นคืนคือ

  1. ทำให้ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาดลดลง เมื่อมีหุ้นที่เสนอขายลดลง ราคาหุ้นย่อมดีขึ้น
  2. หุ้นที่บริษัทซื้อไปกลายเป็นหุ้นไม่มีสิทธิออกเสียงหรือรับเงินปันผล ดังนั้น ในอนาคตหากบริษัทจ่ายเงินปันผล ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลมากขึ้น ทำให้ Yield per Share ดีขึ้น
  3. การซื้อหุ้นคืนทำให้ผู้ลงทุนทั่วไปเชื่อว่าหุ้นของบริษัทมีพื้นฐานที่ดี มิฉะนั้นบริษัทก็คงไม่ซื้อคืน หรือราคาที่ซื้อขายอาจไม่สะท้อนราคาความเป็นจริงก็ได้
  4. ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาขายหุ้นคืนแก่บริษัทโดยผ่านตลาดหลักทรัพย์ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ซึ่งต่างจากการรับเงินปันผลที่ต้องเสียภาษี 10%
  5. ผู้ถือหุ้นต่างประเทศที่มีอนุสัญญาเพื่อเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทย ส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษี เพราะมีหลายประเทศที่ไม่เก็บภาษีของกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gain Tax Exemption) เช่น ประเทศสิงคโปร์ หรือฮ่องกง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเงินในภาคเอเซียตะวันออกไกล
  6. ในที่สุดเมื่อครบสามปีของการซื้อหุ้นคืนบริษัทก็ตัดหุ้นทิ้งเสมือนเป็นการลดทุน  ถือว่าเป็นการลดปริมาณหุ้นในตลาดอย่างถาวร  เมื่อบริษัทมีหุ้นน้อยลง   ราคาย่อมจะมีโอกาสปรับตัวขึ้น
  7. ประการสุดท้ายคือ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกได้ว่า หากตนไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก็ไม่ต้องขายหุ้นคืนให้แก่บริษัท จะเก็บหุ้นที่ได้มาฟรีทำให้ Portfolio ของเขาใหญ่ขึ้น ตรงกันข้ามผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะใช้เงินก็สามารถขายหุ้นคืนให้แก่บริษัทในราคาที่เหมาะสม

ดังนั้นการเปลี่ยนมูลค่าหุ้นโดยลดราคาทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับหุ้นมากขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ในเวลาเดียวกันบริษัทก็ซื้อหุ้นคืนบางส่วนเพื่อลดปริมาณหุ้น จะเป็นการกระตุ้นการซื้อขายหุ้นให้มีการหมุนเวียนมากขึ้น ถือว่าเป็น Win-Win Situation ของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นบริษัท ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น หรือแม้กระทั่งเจ้าหนี้เพราะบริษัทยังคงเหลือเงินสดในบัญชีกำไรสะสมเนื่องจากไม่มีการจ่ายเงินปันผล

 

ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

   ดร. สุวรรณ

 

English version download here